แนะนำ สำหรับงานที่ผู้จัด ต้องการคัดเลือกผู้เข้าร่วมงาน ตามคุณสมบัติที่ต้องการ ผู้จัดงานสามารถใช้งาน Application Forms เพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานได้ โดยการสร้างแบบฟอร์มการสมัคร หรือ Application Form ขึ้นมา ซึ่งสามารถตั้งคำถามที่อยากทราบจากผู้สมัคร

ยกตัวอย่างเช่น คำถามเชิงลึกเกี่ยวกับงาน, คำถามเพื่อการวัดทักษะด้านต่างๆ ของผู้สมัคร,  บริษัท, อาชีพ, สังกัด, ตำแหน่ง, ไปจนถึงกระทั่งการเขียนเรียงความ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้มากรอกใบสมัครเพื่อรอให้ผู้จัดทำการคัดเลือกต่อไป เป็นต้น

ในเบื้องต้น ผู้ที่กรอกใบสมัครเข้ามานั้นจะ ยังไม่ได้มีสิทธิ์ซื้อ หรือ รับบัตรเข้าร่วมงาน
ซึ่งผู้จัดงานจะต้องทำการตรวจสอบใบสมัคร (Review) และทำการอนุมัติผู้สมัคร (Approve)

เมื่อผู้สมัครได้รับการคัดเลือกจากผู้จัดแล้วจะได้รับอีเมลยืนยันสิทธิ์ เพื่อให้ผู้สมัครทำการซื้อบัตรหรือรับบัตรเพื่อเข้าร่วมงานตามชนิดของบัตร (Ticket Type) ตามที่ผู้จัดเลือกให้

หลังจากที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับ E-Ticket จากผู้จัดงานเรียบร้อยแล้ว จะสามารถนำ E-Ticket ที่ได้รับทางอีเมล มาแสดงก่อนเข้าร่วมงาน และสามารถเข้าร่วมงานได้

ขั้นตอนแรก

ผู้จัดสามารถสร้างใบสมัครได้ โดยเข้าไปยัง Organizer's Dashboard ของคุณ และคลิกไปยัง Event ที่ต้องการสร้างใบสมัคร จากนั้นไปที่เมนู "Application Forms"

จากนั้นคลิกที่ "Create an Application Form" เพื่อทำการสร้างใบสมัคร

ขั้นตอนที่สอง

กรอกรายละเอียดของใบสมัครให้ครบถ้วน (สัญลักษณ์ * หมายถึง บังคับต้องระบุข้อมูลนั้น)

  • Form Name: ชื่อของใบสมัคร 
  • Description: รายละเอียดของการรับสมัคร ถ้าต้องการใส่คำอธิบายเพิ่มเติม สามารถใส่ได้ในส่วนนี้
  • Start date and time: วันและเวลาของการเปิดรับสมัคร
  • End date and time: วันและเวลาของการปิดรับสมัคร
  • Active: กดเลือก เพื่อเปิดใช้งานใบสมัครนี้
  • Hide this application form from landing page: กดเลือก หากต้องการซ่อนใบสมัครนี้บนหน้า Event Landing Page
  • Allow applicants to edit their submitted application: กดเลือก เพื่ออนุญาตให้ผู้สมัครสามารถแก้ไขรายละเอียดในใบสมัครที่ส่งเข้ามาแล้ว
  • Is reach limit: กดเลือก เพื่อตั้งให้ใบสมัครนี้เต็มจำนวนแล้ว และทำการปิดรับใบสมัคร

ขั้นตอนที่สาม

การตั้งคำถามบนใบสมัคร
ผู้จัดงานสามารถสร้างคำถามและเลือกประเภทของคำตอบได้ตามที่ต้องการ ด้วยการคลิกที่ปุ่ม  "Add New Question" เพื่อเริ่มสร้างคำถาม

  • Question: คือคำถามที่จะใช้คัดเลือกผู้สมัครผ่านใบสมัคร
  • Field Type: ผู้จัดงานสามารถเลือกว่าประเภทของคำตอบ อยากให้ผู้สมัครตอบเป็นรูปแบบไหน
  • Required to be filled: กดเลือก เพื่อให้คำถามนี้เป็นคำถามที่บังคับตอบ
  • Placeholder: เป็นช่องสำหรับใส่ Guideline เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สมัครทราบว่าช่องนี้ควรกรอกอะไร โดยจะขึ้นเป็นลายน้ำบนช่องคำตอบให้เห็นสีจางๆ ดังภาพตัวอย่าง

หากผู้จัดงานมีคำถามมากกว่า 1 คำถาม สามารถคลิกที่ปุ่ม "Add New Question" เพื่อสร้างคำถามเพิ่ม หลังจากนั้น ระบบจะสร้างช่องกรอกคำถามใหม่ให้กับผู้จัดงาน และสามารถกดลบคำถามได้โดยคลิกที่รูปถังขยะสีแดงด้านหลังคำถามที่ต้องการลบ

ส่วนสุดท้าย (ทางเลือก)

คือส่วน Communicate ในส่วนนี้ผู้จัดสามารถกำหนดข้อความที่ต้องการสื่อสารกับผู้สมัครได้เอง (สามารถเลือกที่จะทำ หรือ ไม่ ก็ได้)

โดยระบบจะให้ผู้จัดสามารถสร้าง Auto Message เพื่อส่งให้แก่ผู้สมัคร ในกรณีต่างๆ ดังนี้

  • Custom message When applicant submitted application: กด Edit เพื่อสร้างหรือแก้ไขข้อความตอบรับ เมื่อผู้สมัคร ทำการส่งใบสมัครเข้ามาสำเร็จ
  • Custom message When approve application: กด Edit เพื่อสร้างหรือแก้ไขข้อความตอบรับ เมื่อผู้จัดงาน ทำการอนุมัติใบสมัคร
  • Custom message When reject application: กด Edit เพื่อสร้างหรือแก้ไขข้อความตอบรับ เมื่อผู้จัดงาน ทำการปฏิเสธใบสมัคร


ตั้งแต่ผู้สมัครได้ทำการส่งใบสมัครเข้ามา จะได้รับข้อความยืนยันการส่งใบสมัครตอบกลับในอีเมล หากผู้จัดทำการอนุมัติใบสมัคร จะได้รับอีเมลตอบกลับไปยังผู้สมัครเพื่อกดซื้อบัตร / ละทะเบียนรับบัตรต่อไป และหากผู้จัดปฏิเสธใบสมัคร ผู้จัดก็สามารถกำหนดข้อความแสดงความเสียใจตอบกลับไปยังผู้สมัครที่ถูกปฏิเสธเข้าร่วมงานได้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่าง กล่องข้อความสำหรับสร้างหรือแก้ไขข้อความตอบรับ

ผู้จัดสามารถใส่ข้อความ, รูปภาพ, หรือ Link ต่างๆ ได้ในกล่องข้อความนี้ เมื่อใส่รายละเอียดครบแล้วเรียบร้อย สามารถกด "Create Application Form" เพื่อเป็นการยืนยันการสร้างใบสมัครนี้

*หมายเหตุ: การสร้างใบสมัคร ควรตั้งคำถามและสร้าง Communicate ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะเปิดให้ผู้สมัครเข้ามากรอกรายละเอียด / ลงทะเบียน

Did this answer your question?