คุณสามารถสร้าง Event ของคุณได้ง่ายๆด้วยวิธีดังนี้

เมื่อคุณต้องการสร้าง Event ให้คุณเข้ามาที่ www.eventpop.me หลังจากนั้นให้คุณ Log in คลิกที่ รูปโปรไฟล์ (Profile Picture) [1.] ของคุณที่บริเวณมุมขวาบนของเว็บไซต์ แล้วเลือก Organizer's Dashboard [2.]

ระบบจะพาคุณเข้ามาที่ Organizer Account  ของคุณ ให้คุณคลิกที่ชื่อ Organizer (ในกรณีที่คุณเป็นสมาชิกหลาย Account) หลังจากนั้น คุณจะอยู่ที่หน้า All Events ซึ่งคุณสามารถสร้าง Event ใหม่ได้ด้วยการคลิกที่ปุ่ม Create An Event [1.]

คุณจะต้องกรอกรายละเอียด Event ของคุณ โดยใส่ชื่องานที่ Event Name [1.] และประเภทของงานที่ Event Categories [2.]

ในส่วนถัดมา คุณจะต้องใส่ วัน/เดือน/ปี และเวลา ที่เริ่มงานและจบงาน ซึ่งสามารถใส่เวลาเริ่มงานได้ที่ Event Starts [1.] และวันจบงานได้ที่ Ends [2.] โดยวันที่จบงานคุณสามารถตั้งค่าให้ผู้ซื้อบัตรมองเห็น หรือไม่เห็นก็ได้ที่ Show event end time to attendees

คุณต้องใส่สถานที่จัดงาน สามารถพิมพ์ชื่อสถานที่ลงไปในช่อง Event Location [1.] ระบบของเราอิงจาก Google Maps และสุดท้ายคุณต้องกดปุ่ม Save [2.] เพื่อบันทึกข้อมูล
(*หากพิมพ์ลงไปแล้วไม่พบสถานที่ คุณสามารถกด Save ได้เลยเช่นกัน)

หลังจากที่คุณกรอกรายละเอียดของงานเสร็จแล้ว ระบบจะพาคุณมาที่เมนู Ticket Types [1.] เพื่อสร้างบัตร ให้คุณคลิกเริ่มสร้างบัตรที่ปุ่ม Create Ticket Type [2.]
โดยที่เมนูนี้คุณสามารถกำหนด ชื่อบัตร ราคา วันที่เปิดขาย/ปิดขาย และแบบสอบถามเพิ่มเติมได้ตามที่คุณต้องการ (ดูวิธีการสร้างบัตร)

หากคุณเพิ่งเริ่มสร้าง Event และยังไม่เคยส่งเอกสารยืนยันตัวตน คุณสามารถ Upload เอกสารได้ง่ายๆตามแถบแจ้งเตือนสีเหลืองด้านบน (Let's get it done! Organizer current status is Creating) [1.] รวมถึงรูปภาพที่จำเป็นต่างๆต่อการสร้าง Event ดังนี้

  • Go to create ticket type for this event - คลิกเพื่อสร้างบัตร (ดูวิธีการสร้างบัตร)
  • Go to upload cover image which will be displayed on first page of Eventpop website - คลิกเพื่อ Upload รูปภาพ Event ของคุณ (ดูวิธีการ Upload รูปภาพ)
  • Please upload document to prove your identity -  คลิกเพื่ออัพโหลดเอกสาร (ดูวิธีการอัพโหลดเอกสาร เพื่อยืนยัน Organizer)
  • Fill out billing information -  คลิกเพื่อกรอกรายละเอียดของบริษัท หรือ บุคคล ในการจัดงาน  (ดูวิธีการอัพโหลดเอกสาร การกรอก Billing Information)

__________________________________________________________________

ในส่วนสุดท้าย เราขอแนะนำเมนูต่างๆในระบบสำหรับการสร้าง Event ให้ครบถ้วน และการดูข้อมูลหลังเปิดการขาย/ลงทะเบียน

  1. Dashboard
    เมนูนี้จะเป็นเมนูหลักเมื่อคุณเข้ามาใน Event Dashboard ซึ่งจะทำหน้าที่แสดงผลภาพรวมงานต่างๆ เช่น ยอดขายบัตร, ยอดคนที่เข้ามาดูงานของคุณ, ข้อมูลอายุและเพศของคนที่เข้ามากดซื้อบัตร เป็นต้น
  2. Event Setting
    เป็นเมนูเพื่อแก้ไขข้อมูลหลักของ Event เช่น ชื่องาน เวลา สถานที่จัดงาน ช่องทางการติดต่อผู้จัดงาน การกำหนดราคาค่า Fees ต่างๆของระบบของ Eventpop และรวมถึงข้อกำหนดต่างๆของงาน เป็นต้น
  3. Page Editor
    เพื่อสร้าง Content ของงาน ซึ่งสามารถใส่ เนื้อหาคำอธิบายงาน รูปภาพ และวิดิโอที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณ เพื่อให้ Event ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  4. Marketing Tools
    เป็นเมนูสำหรับการตลาดเพิ่มเติม สามารถสร้างโค้ดส่วนลด และยังสามารถส่ง Email หาผู้ซื้อบัตรเพื่อสื่อสารข้อมูลเพิ่มเติิม หรือการแจ้งเตือนได้
  5. Ticket Types
    เป็นเมนูที่ใช้ในการสร้างประเภทบัตรการขาย/ลงทะเบียน และรายละเอียดของบัตรประเภทนั้นๆ
  6. Application Forms
    เป็นเมนูสำหรับสร้างใบสมัครเพื่อรับสมัครผู้เข้าร่วมงาน ในกรณีที่งานของคุณมีเงื่อนไขที่ต้องการคัดเลือกผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งสามารถกำหนดคำถามที่ต้องการ และตั้งค่าต่างๆได้
  7. Orders & Tickets
    หลังจากการเปิดขายและมีคนซื้อบัตร/ลงทะเบียนเข้ามาแล้ว เมนูนี้จะช่วยให้คุณ Filter ข้อมูลที่ต้องการ เช็คยอดและรายละเอียดของผู้ซื้อที่ Orders และTickets (สามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ได้ตลอดเวลาอีกด้วย)
  8. Financial & Reports
    เป็นเมนูเกี่ยวกับการเงินหลังเปิดการขาย และสถานะการนำเงินออกจากระบบที่เมนูย่อย Account Balance สามารถกดคำสั่งโอนเงินยอดขายเข้าบัญชีธนาคารของคุณที่ปุ่ม Transfer โดยเงินจะเข้าบัญชีของคุณหลังจากกดคำสั่งโอน ภายใน 3-5 วันทำการ
    ในส่วนยอดขายบัตรต่างๆคุณสามารถดูได้ที่เมนูย่อย Sales Report หรือดาวน์โหลดไฟล์ไปใช้งานได้ตลอดเวลา
  9. Security Tokens
    สำหรับสร้างรหัสในการ Log in เข้าแอปพลิเคชั่นสแกนบัตรเข้างาน (Dash for Organizers) 

Did this answer your question?